วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กุ้งผัดกระเทียม ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง ปีกไก่น้ำเเดง

สวัสดีเพื่อนๆ สมาชิกห้องรวมพลคนเข้าครัวครับ วันนี้ผมมีสูตรอาหารของเพื่อนๆ สมาชิกในห้องรวมพลคนเข้าครัวมาแนะนำ ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารที่น่าทานทั้งนั้นนั้นก็คือกุ้งผัดกระเทียม ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง ปีกไก่น้ำเเดง เรามาลองดูว่ามีเครื่องปรุงและวิธีทำอย่างไรบ้างนะครับ

กุ้งผัดกระเทียม




ส่วนประกอบกุ้งผัดกระเทียม
1.กุ้งสดแกะเปลือกผ่าหลังดึงเส้นดำออกพักไว้
2.กระเทียม พริกไทย รากผักชีตำรวมกันพักไว้
3.น้ำมันสำหรับผัด
4.น้ำตาลตัดรสหยิบมือนึง
5.น้ำปลา

วิธีทำ
ตั้งน้ำให้เดือดใส่กุ้งลงไปลวกพอสุกตักขึ้นพักไว้ เอากะทะตั้งไฟใส่น้ำมันเอาสามเกลอลงผัดให้มีกลิ่นหอมใส่น้ำนิดหน่อยปรุงรสตามชอบ ด้วยน้ำปลา น้าตาล ใส่กุ้งลงไปผัดให้เข้ากันตักใส่จานพร้อมทาน

อย่าใช้เวลาในการผัดกุ้งให้นานเกินไปจะทำให้เนื้อกุ้งกระด้างทานไม่อร่อยค่ะ

ขอขอบคุณสูตรนี้จากคุณอาม่า น่ารักด้วยครับ


ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง

ส่วนประกอบซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง
1.ซี่โครงหมูเลือกที่มีเนื้อมากหน้อยถ้าได้ส่วนที่ติดใบพายจะดีมากค่ะปริมาณตามชอบล้างให้สะอาดพักไว้
2.น้ำตาลปิ๊ป
3.ซอสปรุงรสต่างๆ
4.กระเทียม
5.พริกไทยเม็ด
6.รากผักชี
7.น้ำผึ้ง

วิธีทำ
1.เอาสามเกลอ (กระเทียม,พริกไทยเม็ด,รากผักชี )มาตำรวมกันให้ละเอียด ใส่ไว้ในชามผสม ใส่กระดูกหมูลงไป
2.ตามด้วย น้ำตาลปิ๊ป ซอสปรุงรส แล้วขยำให้ส่วนผสมเข้ากันดี ชิมรสชาติให้ถูกใจ แล้วเอาเข้าตู้เย็นไว้ในช่องธรรมดา จนกว่าจะอบ
3. เราใช้หม้ออบลมร้อน อบซี่โครงหมู ใช้ไฟที่อุณหภูม 200 องศา อบนานประมาณ 45 นาที พอครบ 20 นาทีแรกให้เอาน้ำผึ้งที่เตรียมไว้ทาให้ทั่วแล้วพลิกเอาด้านล่างขึ้น พอครบ 20 นาทีหลัง ให้ทาน้ำผึ้งอีกครั้งอบต่อ 5 นาที เป็นอันเสร็จ เราก็ได้ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งหอมๆ จัดใส่จานพร้อมทานค่ะ

วันนี้อาม่าไม่ได้ใส่ สามเกลอลงไปด้วยเพราะหลานตัวน้อยไม่ชอบค่ะ หากท่านชอบให้ซี่โครงแห้งกว่านี้ก็เพิ่มเวลาในการอบ อยากให้สีเข้มเพิ่มซีอิ๊วดำนิดหน่อยค่ะ

ขอขอบคุณสูตรนี้จากคุณอาม่า น่ารักด้วยครับ



ปีกไก่น้ำเเดง

ส่วนประกอบปีกไก่น้ำเเดง
1.ปีกไก่
2.ซอสมะเขือเทศ
3.ซีอิ้วขาว
4.น้ำตาลทราย
5.เนยสดชนิดเค็ม
6.ผักชี

วิธีทำ
1.ปีกไก่นำไปนึ่งจนสุก
2.จากนั้นนำไปทอดในเนยหรือน้ำมันก็ได้คะให้พอเหลืองตั้งพักไว้

วิธีทำซอสน้ำเเดง
1.นำน้ำที่นึ่งไก่ใส่ลงกะทะตามด้วยซอสมะเขือเทศ เนย ซีอิ้วขาว น้ำตาลทรายลงไปเคี่ยวให้ออกรส เค็มหวานติดเปรี้ยวนิดๆ คะถ้าจะให้น้ำหนืดๆ ก็ใส่เเป้งข้าวโพดเพิ่มได้คะ
2.ใส่ไก่ลงไปเคี่ยวเเค่พอให้น้ำซอสเข้าเนื้อตักเสริฟโรยด้วยผักชีคะ

ขอขอบคุณสูตรนี้จากคุณ Moo Preeya ด้วยครับ

เห็นไหมครับการทำอาหารนั้นไม่ยากอย่างที่คิดอย่างไงผมของของสูตรสูตรอาหาร ของทั้งสามท่านด้วยครับ เพื่อนๆ ท่านใดอยากเป็นส่วนหนึ่งของเราเชิญได้ที่ห้อง "รวมพลคนเข้าครัว" หรือแฟนเพจรวมพลคนเข้าครัวได้ครับ เรายินดีต้อนรับคุณเสมอ 

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ



อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ



ในพื้นที่ 50,000 ไร่หรือ 80 ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานีนั้นเป็นเขตพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ซึ่งมีสภาพทางภูมิศาสตร์โดยทั่วไปนั้นเป็นที่ราบสลับกับเนินเขาเตี้ยๆ ไม่สูงนัก ซึ่งจุดสูงที่สุดอยู่ที่ยอดเขาบรรทัด มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 543 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาว (สปป.ลาว) ทางทิศเหนือ มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำขงไหลผ่านแลดูสวยงามตา แม่น้ำที่แก่งตะนะนั้นมีความเชียวและลึก อีกทั้งยังค้นพบว่าด้านล่างของแม่น้ำยังมีถ้ำอยู่หลายแห่ง ประกอบด้วยบริเวณตรงกลางของแม่น้ำมีเกาะแกงขนาดใหญ่หลายแห่ง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้มีพรรณปลามากมายอาศัยอยู่อย่างชุกชุม อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะนั้นได้ถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ วันที่ 13 กรกฎาคม 2524 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 33 ของประเทศ คำว่า ตะนะ นั้นเกี่ยวเนื่องมาจากเรื่องรวมความเชื่อของชาวบ้าน ซึ่งแต่เดิมนั้นเรียกว่า มรณะ เหตุที่มีชื่อเรียกเช่นนี้เพราะบริเวณแก่งตะนะนั้นมีกระแสน้ำไหลเชียวมาก ประกอบกับมีหินน้อยใหญ่มากมาย ชาวบ้านที่อาศัยแม่น้ำสายนี้หากินจับสัตว์น้ำมักจะประสบอุบัติเหตุขึ้นอยู่เสมอๆ ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า แก่งมรณะ แต่หลังจากนั้นจึงคิดได้ว่าชื่อแก่งมรณะนั้นเป็นอัปมงคลไม่น่าเที่ยวจึงเปลี่ยนมาเรียกกันเสียใหม่ว่า แก่งตะนะ  



ภายในอุทยานแห่งชาตินั้นมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งเช่น ดอนตะนะ ซึ่งกลางแม่น้ำมลนั้นเกิดมีดอนหรือที่รู้จักกันว่าเกาะขวางอยู่กลางแม่น้ำ มีสะพานแขวนพาดผ่านสามารถเดินข้ามไปมาหากันได้ทั้ง 2 ด้าน ส่วนที่น่าพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งคือทางตอนเหนือของดอน เพราะเป็นหาดทรายขาวงามตา ตรงกลางของเกาะนั้นมีสิ่งปลูกสร้างสมัยฝรั่งเศสล่าอาณานิคม นันคือเครื่องชี้ร่องน้ำในการเดินเรือ สะพานแขวนเป็นสะพานที่เชื่อมกันด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่ ลานผาผึ้งเป็นลานหินทรายและหน้าผาสูงชัน ณ บริเวณนี้เหมาะแก่การชมวิวดูพระอาทิตย์ตกเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพของประเทศลาว (สปป.ลาว) ได้อย่างชัดแจน จุดสุดท้ายที่น่าไปชมคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกรากไทร ตั้งอยู่หน้าผาริมแม่น้ำมูล ทางเส้นนี้เป็นเส้นทางเดินเลียบผาซึ่งมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ตรงนี้นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาธรรมชาติของพืชและสัตว์ได้ 

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะนั้นยังมีบริการที่พักไว้ให้นักท่องเที่ยวได้กางเต้นท์และบ้านพักอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อของพักได้ที่เจ้าหน้าที่อุทยาน

*เรียบเรียงโดย กินเที่ยวทั่วไทย
**ภาพประกอบจาก http://www.dnp.go.th